สธ.เข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคอีโบลาต่อเนื่อง พบผู้อยู่ในข่ายสอบสวนโรค 5 ราย ไม่พบเป็นโรคอีโบลา แต่เป็นโรคมาลาเรีย
กระทรวงสาธารณสุข เข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดอีโบลาต่อเนื่อง ผลการตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศรวม 3,696 คน พบผู้ที่อยู่ในข่ายสอบสวนโรค 5 ราย โดย 4 ราย เป็นชาวยุโรปที่เข้าไปทำงานในประเทศระบาด รายล่าสุดมาจากไลบีเรีย ถึงไทยเมื่อ 24 ธันวาคม 2557 ผลตรวจยืนยันไม่ติดเชื้ออีโบลา แต่พบเชื้อมาลาเรีย มีอาการรุนแรง เน้นย้ำโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก เคร่งครัดซักประวัติการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติที่มีอาการไข้ทุกราย โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว
5 มกราคม 2558 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศขณะนี้ค่อนข้างเพิ่มต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดองค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2557 พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา 20,206 ราย เสียชีวิต 7,905 ราย ยังคงพบการระบาดใน 3 ประเทศแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ กินีพบผู้ป่วยรายใหม่เดือนละประมาณ 300 ราย เซียร์ราลีโอนในช่วง 21 วันที่ผ่านมาพบเกือบ 1,000 ราย และไลบีเรียซึ่งสถานการณ์ดีขึ้น 21 วันล่าสุดพบผู้ป่วย 91 ราย ที่น่าสังเกตคือช่วงหลังพบอาสาสมัครต่างชาติที่ไปทำงานช่วยเหลือประเทศระบาด ติดเชื้อบ่อยขึ้น และเป็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งลงไปปฏิบัติงาน ได้รับการฝึกอบรมค่อนข้างดี ประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศเช่น องค์การอนามัยโลก ยูเอ็น เดินทางจากพื้นที่ระบาดมาไทย ซึ่งบางคนมีอาการป่วยหลังกลับมาไทย แต่ไม่พบการติดเชื้อไวรัสอีโบลา
นายแพทย์วชิระกล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเน้นการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเป็นหลักและตรวจทุกวัน จนถึงวันนี้ตรวจไปแล้ว 3,696 คน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยพบผู้ที่อยู่ในข่ายสอบสวนโรค 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนพื้นเมืองที่มาจากประเทศที่มีการระบาดเพียง 1 ราย ที่เหลือ 4 รายเป็นชาวยุโรปที่ไปทำงานในพื้นที่ระบาด รายล่าสุดเป็นชายชาวยุโรป อาชีพวิศวกรเหมืองแร่ ไปทำงานที่ประเทศไลบีเรีย เดินทางออกจากไลบีเรียวันที่ 22 ธันวาคม 2557 เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 ตรวจคัดกรองที่สนามบินไม่มีไข้ เริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ไปพบแพทย์ที่คลินิก แพทย์ที่คลินิกไม่ได้ซักประวัติการเดินทาง เนื่องจากเป็นชาวยุโรป หลังจากนั้นเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัวที่ต่างจังหวัด และมีไข้สูง โดยเฉพาะในตอนกลางคืน จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกอีกครั้งและไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชน ผลตรวจเลือดพบเชื้อมาลาเรีย อาการค่อนข้างรุนแรง มีอาการสับสน เข้าข่ายมาลาเรียขึ้นสมอง ทางรพ.ซักประวัติพบมาจากไลบีเรีย จึงประสานกระทรวงสาธารณสุขและส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 ผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง 2 ครั้งในวันที่ 2 และ 3 มกราคม 2558 ไม่พบติดเชื้อไวรัสอีโบลา วินิจฉัยว่าเป็นโรคมาลาเรียขึ้นสมอง และระบบการทำงานของหลายอวัยวะล้มเหลว ได้ทำการฟอกไต ผู้ป่วยอาการดีขึ้น
นายแพทย์วชิระกล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียน ที่จะต้องนำมาพัฒนาระบบการทำงาน เนื่องจากระยะหลัง ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด มักเป็นชาวยุโรป ไม่ใช่คนพื้นเมืองประเทศที่มีการระบาด ซึ่งทุกรายจะผ่านการคัดกรองและติดตามจากกระทรวงสาธารณสุข แต่เมื่อมีไข้ ไปรับการรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาล จึงมักไม่ได้ซักถามประวัติการเดินทาง เนื่องจากไม่ใช่ชาวต่างชาติผิวสี ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข จะเน้นย้ำสถานบริการทุกแห่ง ทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งคลินิกต่างๆ ให้เคร่งครัดซักประวัติการเดินทางของชาวต่างชาติที่มีไข้ที่ไปรับการรักษาทุกราย โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว เหมาะสม รวมทั้งให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเข้มข้นมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด อย่างต่อเนื่อง
ทางด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไทยพบผู้ป่วยมาลาเรียปีละประมาณ 20,000 ราย เป็นคนไทยและต่างชาติครึ่งต่อครึ่ง ส่วนใหญ่พบในสัญชาติพม่าที่อยู่ตามแนวชายแดนและข้ามมารักษาในประเทศไทย คนไทยป่วยโรคนี้น้อยลง สำหรับในทวีปแอฟริกาตะวันตก เป็นพื้นที่พบโรคมาลาเรียจำนวนมาก การกินยาป้องกันโรคมาลาเรียก่อนเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันล่วงหน้า เป็นวิธีที่ไม่แนะนำ เพราะไม่สามารถป้องกันโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ประการสำคัญยาจะมีฤทธิ์ทำให้อาการป่วยไม่ชัดเจน ทำให้วินิจฉัยโรคได้ช้าและได้รับการรักษาช้าตามไปด้วย อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่ให้ยุงก้นปล่องกัด เช่นนอนในมุ้ง ทายากันยุง และหากมีอาการป่วยคือมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ บางรายอาจจับไข้วันเว้นวัน หลังออกจากพื้นที่ประมาณ 15 วัน ขอให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะโรคนี้มียารักษาหายขาด แต่อาจติดเชื้อซ้ำได้อีก หากเข้าไปในพื้นที่ระบาดโดยไม่ป้องกันยุงกัด
ข่าว moph.go.th
สธ.เข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคอีโบลาต่อเนื่อง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ.เข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคอีโบลาต่อเนื่อง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ (33 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (10 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (49 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (50 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ผนึก NIA และ 32 ภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพไทยสู่อนาคต (36 views)
- “เอิร์ธ” ดึง “แก้ว ณัฐรุจา” ร่วมเผยเคล็บลับ ‘Live Better Everyday’ พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน TOPS Home & Baby Fair (46 views)
- โฮมโปร – เมกาโฮม ชวนทุกคน "ขยับร่างกาย เติมเอเนอร์จี้ดีๆ" เปิดพื้นที่เต้นแอโรบิกฟรี! ทุกสัปดาห์ (133 views)
- เมื่อโลกไม่ได้ใจดีกับลูกเสมอไป พ่อแม่จึงต้องสอน "ทักษะสังคม" ให้ลูกพร้อมรับมือชีวิตจริง (38 views)
