ลอนดอนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ลอนดอนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
ลอนดอน--8 ธ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
ผู้นำจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่การประชุม Global Crisis of Depression จัดโดย The Economist Events
วันนี้ (25 พ.ย.) ผู้นำระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆทั่วโลกดำเนินการมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน 350 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า[1] โดยผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดภายใต้หัวข้อ 'The Global Crisis of Depression: The Low of the 21st Century?' ซึ่งรวมถึงนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายนอร์แมน แลมบ์ สมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการดูแลและสนับสนุนแห่งสหราชอาณาจักร และนายนิค แฮคเครัพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเดนมาร์ก ได้เน้นย้ำว่า ระบบบริการสุขภาพ ภาคธุรกิจ และภาคสาธารณะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
นายโคฟี อันนัน กล่าวกับคณะผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมว่า ?โรคซึมเศร้าส่งผลกระทบมากมายและมีหลายมิติ อันตรายก็คือโรคนี้ทำให้การตอบสนองอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องยากมากขึ้น เราจำเป็นต้องสร้างความร่วมมืออย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ผมไม่ได้ประเมินความท้าทายต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ผมมองเห็นถึงความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในสภาวะแวดล้อมต่างๆที่ท้าทายที่สุด เรามีความรู้ในการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า แต่ตอนนี้เราต้องการความมุ่งมั่นตั้งใจและทรัพยากร เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนนับร้อยนับล้าน?
?ผมหวังว่าการประชุมในวันนี้จะช่วยให้ผู้คนมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่สำคัญจากโรคซึมเศร้า รวมถึงผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ เราได้สำรวจตรวจสอบว่ามาตรการใดที่รัฐบาลและภาคธุรกิจกำลังดำเนินการเพื่อรับมือกับผลกระทบจากโรคซึมเศร้า และค้นหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว? ศาสตราจารย์เดวิด ฮาสแลม ประธานสถาบัน National Institute for Health and Care Excellence กล่าว ?อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินหน้าเพื่อให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโรคซึมเศร้าให้ได้มากที่สุด?
ปัจจุบัน โรคซึมเศร้าถือเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียสมรรถภาพทั่วโลก[2] ในยุโรป โรคซึมเศร้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 7% ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร[3] และสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลในยุโรปเป็นมูลค่ากว่า 9.2 หมื่นล้านยูโรต่อปี [4]
มีการประมาณการว่า กว่าหนึ่งในสี่ของประชากรวัยทำงานทนทุกข์กับความเจ็บป่วยทางจิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งรวมถึงโรคซึมเศร้า[5] อันส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลิตภาพทางเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคม นอกจากนี้ ต้นทุนทางสังคมและค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลยังเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพของบุคคลและนายจ้าง การแบกรับภาระของผู้ดูแลคนป่วยในครอบครัว และภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง[4][6]
?โรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย และผมมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการสนับสนุนที่จำเป็น เรากำลังมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้ โดยอังกฤษเป็นผู้นำโลกในการยกระดับการเข้าถึงการรักษา เรามีแผนริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพจิต และผมขอท้าให้ทุกบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในดัชนี FTSE 100 ร่วมต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ ด้วยการลงนามในแคมเปญ Time to Change? นอร์แมน แลมบ์ สมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการดูแลและสนับสนุนของสหราชอาณาจักร กล่าว ?แต่ก็ยังมีงานที่รัฐบาลและฝ่ายอื่นๆต้องทำอีกมาก บริการด้านสุขภาพ นักวิจัย โรงเรียน และนายจ้างล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าทุกรายได้รับการสนับสนุนที่พวกเขาควรจะได้รับ?
นายอลาสแตร์ แคมป์เบลล์ โฆษก นักเขียน และนักวางแผนกลยุทธ์ ในฐานะตัวแทนประชาสัมพันธ์โครงการ Time to Change ได้เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าว่า ?ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบุคคลที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ถึงกระนั้นโรคนี้ก็ยังถือเป็นรอยด่างและเรื่องต้องห้าม และหลายคนยังลังเลที่จะยอมรับว่าโรคนี้เป็นความเจ็บป่วย โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในความเจ็บป่วยที่เลวร้ายที่สุด รัฐบาลประเทศต่างๆจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความเจ็บป่วยทางจิตมากเท่ากับความเจ็บป่วยทางกาย และเนื่องจากโรคซึมเศร้ามีผลกระทบต่อประชากรวัยทำงาน จึงถือเป็นผลประโยชน์ของรัฐบาลและธุรกิจที่จะร่วมมือกันในเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ The Economist ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก และหวังว่าองค์กรอื่นๆจะเจริญรอยตาม?
?องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) พบว่าความผิดปกติทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศสมาชิก OECD มากถึง 4% ของจีดีพี อาจทำให้มีประชาชนตกงานเพิ่มขึ้นสองหรือสามเท่า ทำให้ต้องเลิกเรียนกลางคันเพิ่มขึ้น และขัดขวางการเยียวยารักษาปัญหาสุขภาพทางกาย ดังนั้น จึงต้องมีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้การรักษาและการแทรกแซงได้ผลอย่างเต็มที่? ฟรานเชสกา โคลอมโบ หัวหน้าแผนกสาธารณสุขของ OECD กล่าว ?การที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมากยอมรับในโรคซึมเศร้านั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่การอภิปรายในวันนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความสำคัญของการจัดการและรักษาโรคซึมเศร้าในฐานะที่เป็นประเด็นร้ายแรงด้านสาธารณสุข และรับประกันว่าทุกฝ่ายจะปรับปรุงผลการดำเนินงานโดยรวมให้ดีขึ้นตามที่ได้ให้คำมั่นไว้?
กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.depression.economist.com
การประชุม The Global Crisis of Depression จัดโดย The Economist Events ภายใต้การสนับสนุนของ H. Lundbeck A/S
ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ได้ที่ #depressionsummit และ @EconomistEvents
เกี่ยวกับ The Economist Events
The Economist Events เป็นผู้นำการจัดการประชุมในระดับนานาชาติสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกในประเด็นเชิงกลยุทธ์ การประชุมดังกล่าวประกอบไปด้วยการประชุมอุตสาหกรรม งานบริหารจัดการ และการประชุมโต๊ะกลมของรัฐบาลทั่วโลก The Economist Events เป็นส่วนหนึ่งของ The Economist Group และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูง ด้วยประวัติศาสตร์ 162 ปีของแบรนด์ และชื่อเสียงที่ไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องความเป็นเลิศและความเป็นอิสระ ทุกการประชุมที่จัดโดย The Economist Events จะมอบการวิเคราะห์อย่างรอบรู้ ตามวัตถุประสงค์ และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง การประชุมของเรานำเสนอการอภิปรายในระดับที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงจะได้รับข้อมูลในเชิงลึก สามารถแลกเปลี่ยนมุมมอง และเปรียบเทียบกลยุทธ์ได้
http://www.economistinsights.com/events
อ้างอิง:
1. European Pact for Mental Health and Well-being, 2008; J. Olesen, et al. Eur J Neurology. 2012; 19:155-162
2. World Health Organisation. Depression Factsheet. Available at: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs369/en/
3. European Commission. Actions against depression. Improving mental and well-being by combating the adverse health, social and economic consequences of depression. 2004. Available at: http://ec.europa.eu/health/ph_determina ... ion_en.pdf
4. J. Olesen, et al. Eur J Neurology, 2012; 19: 155-162
5. Mental Health Foundation. Mental Health Statistics. Available at: http://www.mentalhealth.org.uk/help-inf ... tatistics/
6. Evans-Lacko S, Knapp M. Importance of Social and Cultural Factors for Attitudes, Disclosure and Time off Work for Depression: Findings from a Seven Country European Study on Depression in the Workplace. PLOS One. DOI: 10.1371/journal.pone.0091053
สื่อมวลชนติดต่อสอบถามได้ทางอีเมล:
economistevents@edelman.com
แหล่งข่าว: The Economist Events
ผู้นำจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่การประชุม Global Crisis of Depression จัดโดย The Economist Events
วันนี้ (25 พ.ย.) ผู้นำระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆทั่วโลกดำเนินการมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน 350 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า[1] โดยผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดภายใต้หัวข้อ 'The Global Crisis of Depression: The Low of the 21st Century?' ซึ่งรวมถึงนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายนอร์แมน แลมบ์ สมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการดูแลและสนับสนุนแห่งสหราชอาณาจักร และนายนิค แฮคเครัพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเดนมาร์ก ได้เน้นย้ำว่า ระบบบริการสุขภาพ ภาคธุรกิจ และภาคสาธารณะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
นายโคฟี อันนัน กล่าวกับคณะผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมว่า ?โรคซึมเศร้าส่งผลกระทบมากมายและมีหลายมิติ อันตรายก็คือโรคนี้ทำให้การตอบสนองอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องยากมากขึ้น เราจำเป็นต้องสร้างความร่วมมืออย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ผมไม่ได้ประเมินความท้าทายต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ผมมองเห็นถึงความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในสภาวะแวดล้อมต่างๆที่ท้าทายที่สุด เรามีความรู้ในการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า แต่ตอนนี้เราต้องการความมุ่งมั่นตั้งใจและทรัพยากร เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนนับร้อยนับล้าน?
?ผมหวังว่าการประชุมในวันนี้จะช่วยให้ผู้คนมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่สำคัญจากโรคซึมเศร้า รวมถึงผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ เราได้สำรวจตรวจสอบว่ามาตรการใดที่รัฐบาลและภาคธุรกิจกำลังดำเนินการเพื่อรับมือกับผลกระทบจากโรคซึมเศร้า และค้นหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว? ศาสตราจารย์เดวิด ฮาสแลม ประธานสถาบัน National Institute for Health and Care Excellence กล่าว ?อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินหน้าเพื่อให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโรคซึมเศร้าให้ได้มากที่สุด?
ปัจจุบัน โรคซึมเศร้าถือเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียสมรรถภาพทั่วโลก[2] ในยุโรป โรคซึมเศร้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 7% ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร[3] และสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลในยุโรปเป็นมูลค่ากว่า 9.2 หมื่นล้านยูโรต่อปี [4]
มีการประมาณการว่า กว่าหนึ่งในสี่ของประชากรวัยทำงานทนทุกข์กับความเจ็บป่วยทางจิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งรวมถึงโรคซึมเศร้า[5] อันส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลิตภาพทางเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคม นอกจากนี้ ต้นทุนทางสังคมและค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลยังเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพของบุคคลและนายจ้าง การแบกรับภาระของผู้ดูแลคนป่วยในครอบครัว และภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง[4][6]
?โรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย และผมมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการสนับสนุนที่จำเป็น เรากำลังมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้ โดยอังกฤษเป็นผู้นำโลกในการยกระดับการเข้าถึงการรักษา เรามีแผนริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพจิต และผมขอท้าให้ทุกบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในดัชนี FTSE 100 ร่วมต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ ด้วยการลงนามในแคมเปญ Time to Change? นอร์แมน แลมบ์ สมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการดูแลและสนับสนุนของสหราชอาณาจักร กล่าว ?แต่ก็ยังมีงานที่รัฐบาลและฝ่ายอื่นๆต้องทำอีกมาก บริการด้านสุขภาพ นักวิจัย โรงเรียน และนายจ้างล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าทุกรายได้รับการสนับสนุนที่พวกเขาควรจะได้รับ?
นายอลาสแตร์ แคมป์เบลล์ โฆษก นักเขียน และนักวางแผนกลยุทธ์ ในฐานะตัวแทนประชาสัมพันธ์โครงการ Time to Change ได้เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าว่า ?ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบุคคลที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ถึงกระนั้นโรคนี้ก็ยังถือเป็นรอยด่างและเรื่องต้องห้าม และหลายคนยังลังเลที่จะยอมรับว่าโรคนี้เป็นความเจ็บป่วย โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในความเจ็บป่วยที่เลวร้ายที่สุด รัฐบาลประเทศต่างๆจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความเจ็บป่วยทางจิตมากเท่ากับความเจ็บป่วยทางกาย และเนื่องจากโรคซึมเศร้ามีผลกระทบต่อประชากรวัยทำงาน จึงถือเป็นผลประโยชน์ของรัฐบาลและธุรกิจที่จะร่วมมือกันในเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ The Economist ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก และหวังว่าองค์กรอื่นๆจะเจริญรอยตาม?
?องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) พบว่าความผิดปกติทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศสมาชิก OECD มากถึง 4% ของจีดีพี อาจทำให้มีประชาชนตกงานเพิ่มขึ้นสองหรือสามเท่า ทำให้ต้องเลิกเรียนกลางคันเพิ่มขึ้น และขัดขวางการเยียวยารักษาปัญหาสุขภาพทางกาย ดังนั้น จึงต้องมีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้การรักษาและการแทรกแซงได้ผลอย่างเต็มที่? ฟรานเชสกา โคลอมโบ หัวหน้าแผนกสาธารณสุขของ OECD กล่าว ?การที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมากยอมรับในโรคซึมเศร้านั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่การอภิปรายในวันนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความสำคัญของการจัดการและรักษาโรคซึมเศร้าในฐานะที่เป็นประเด็นร้ายแรงด้านสาธารณสุข และรับประกันว่าทุกฝ่ายจะปรับปรุงผลการดำเนินงานโดยรวมให้ดีขึ้นตามที่ได้ให้คำมั่นไว้?
กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.depression.economist.com
การประชุม The Global Crisis of Depression จัดโดย The Economist Events ภายใต้การสนับสนุนของ H. Lundbeck A/S
ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ได้ที่ #depressionsummit และ @EconomistEvents
เกี่ยวกับ The Economist Events
The Economist Events เป็นผู้นำการจัดการประชุมในระดับนานาชาติสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกในประเด็นเชิงกลยุทธ์ การประชุมดังกล่าวประกอบไปด้วยการประชุมอุตสาหกรรม งานบริหารจัดการ และการประชุมโต๊ะกลมของรัฐบาลทั่วโลก The Economist Events เป็นส่วนหนึ่งของ The Economist Group และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูง ด้วยประวัติศาสตร์ 162 ปีของแบรนด์ และชื่อเสียงที่ไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องความเป็นเลิศและความเป็นอิสระ ทุกการประชุมที่จัดโดย The Economist Events จะมอบการวิเคราะห์อย่างรอบรู้ ตามวัตถุประสงค์ และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง การประชุมของเรานำเสนอการอภิปรายในระดับที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงจะได้รับข้อมูลในเชิงลึก สามารถแลกเปลี่ยนมุมมอง และเปรียบเทียบกลยุทธ์ได้
http://www.economistinsights.com/events
อ้างอิง:
1. European Pact for Mental Health and Well-being, 2008; J. Olesen, et al. Eur J Neurology. 2012; 19:155-162
2. World Health Organisation. Depression Factsheet. Available at: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs369/en/
3. European Commission. Actions against depression. Improving mental and well-being by combating the adverse health, social and economic consequences of depression. 2004. Available at: http://ec.europa.eu/health/ph_determina ... ion_en.pdf
4. J. Olesen, et al. Eur J Neurology, 2012; 19: 155-162
5. Mental Health Foundation. Mental Health Statistics. Available at: http://www.mentalhealth.org.uk/help-inf ... tatistics/
6. Evans-Lacko S, Knapp M. Importance of Social and Cultural Factors for Attitudes, Disclosure and Time off Work for Depression: Findings from a Seven Country European Study on Depression in the Workplace. PLOS One. DOI: 10.1371/journal.pone.0091053
สื่อมวลชนติดต่อสอบถามได้ทางอีเมล:
economistevents@edelman.com
แหล่งข่าว: The Economist Events
ลอนดอนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (13 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (12 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
