สั่งเฝ้าระวัง?ไข้หวัดนก?ตลอดหนาว ย้ำประชาชนห้ามนำไก่เป็ด นกป่วย/ตาย มาชำแหละ
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
สั่งเฝ้าระวัง?ไข้หวัดนก?ตลอดหนาว ย้ำประชาชนห้ามนำไก่เป็ด นกป่วย/ตาย มาชำแหละ
สธ.สั่งเฝ้าระวัง?ไข้หวัดนก?ตลอดหนาวย้ำประชาชนห้ามนำไก่เป็ด นกป่วย/ตาย มาชำแหละ
กระทรวงสาธารณสุข สั่งทุกจังหวัด เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทุกสายพันธุ์ ตลอดฤดูหนาว เน้นหนักในพื้นที่ที่เคยพบคนหรือสัตว์ปีกติดเชื้อ และจังหวัดแนวชายแดน ย้ำเตือนประชาชนห้ามนำเป็ดไก่รวมทั้งนกที่กำลังป่วยหรือตายแล้วมาชำแหละเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด หากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรืออยู่ในพื้นที่สัตว์ปีกป่วยตาย ให้รีบพบแพทย์หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง
จากกรณีที่มีรายงานพบไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช5 เอ็น 8 (H5N8) ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2557 มีการทำลายไก่ 150,000 ตัว และห้ามขนย้ายสัตว์ปีก รวมทั้งไข่ และมูลสัตว์ปีก เป็นเวลา 72 ชั่วโมงนั้นความคืบหน้าในเรื่องนี้ วันนี้(18 พฤศจิกายน 2557) นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 5 เอ็น 8 โดยไทยพบเพียงสายพันธุ์เอช 5 เอ็น1 (H5N1) ในช่วงปี 2546-2549 และไม่พบอีกเลยจนถึงขณะนี้ อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้มีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดไข้หวัดนก โดยเฉพาะสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 เนื่องจากหลายพื้นที่อากาศหนาวเย็น และเริ่มมีนกอพยพหนีสภาพอากาศหนาวจากต่างประเทศมาอยู่ไทย อาจนำเชื้อมาแพร่ได้ และในปี 2557 ยังพบผู้ป่วยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ได้มอบให้กรมควบคุมโรคและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เฝ้าระวังโรคทั้งในคนและในสัตว์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เน้นหนักจังหวัดที่เคยพบสัตว์ปีกหรือคนติดเชื้อไข้หวัดนก และจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-ลาว และไทย ? พม่า โดยให้ดำเนินการเฝ้าระวังทั้งในชุมชน และในโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถตรวจจับโรคได้อย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัยให้สอบสวนโรค ซักประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกทุกราย และเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ส่วนในสัตว์ปีกให้ อสม.ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเฝ้าระวังการป่วย ตายผิดปกติในสัตว์ปีกที่เลี้ยงตามบ้านเรือนและธรรมชาติ หากพบให้เก็บซากสัตว์ปีกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทันทีและแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข
ด้านนายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รายงานผลการเฝ้าระวังขององค์การอนามัยโลกซึ่งพบว่า จนถึงปัจจุบันมีเชื้อไข้หวัดนกที่สามารถแพร่เชื้อมายังคนได้ 7 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 (H5N1) เอช 5 เอ็น 2 (H5N2) เอช 10 เอ็น 8 (H10 N 8) เอช 7 เอ็น 5(H7N5) เอช7 เอ็น7 (H7N7) เอช 7 เอ็น 9 (H7N9) และเอช 5 เอ็น 8 โดยที่รุนแรงที่สุดคือสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลว ขณะนี้ยังพบในประเทศต่างๆทั่วโลกทั้งในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง ยอดผู้ป่วยยืนยัน ตั้งแต่ปี 2546-2557 มีทั้งหมด 668 ราย เสียชีวิต 393 ราย ใน16 ประเทศ เฉพาะในปี 2557 มีรายงานป่วย 19 ราย เสียชีวิต 8 รายใน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน อียิปต์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ให้ยึดหลักปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้หวัดนก ห้ามนำสัตว์ปีกที่ตายแล้วหรือกำลังมีอาการป่วยมาชำแหละเพื่อจำหน่ายหรือรับประทาน หรือนำไปให้สัตว์อื่นกินอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหากสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก ผู้ชำแหละจะติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งได้ หากพบสัตว์ปีกเสียชีวิตผิดปกติขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ปีก ให้สวมถุงมือหรือถุงพลาสติกและล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งหลังจากสัมผัสสัตว์ปีก หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เช่นมีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีกหรือผู้ป่วยปอดบวม ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง หรือโทรปรึกษาสายด่วนของกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา: moph.go.th
กระทรวงสาธารณสุข สั่งทุกจังหวัด เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทุกสายพันธุ์ ตลอดฤดูหนาว เน้นหนักในพื้นที่ที่เคยพบคนหรือสัตว์ปีกติดเชื้อ และจังหวัดแนวชายแดน ย้ำเตือนประชาชนห้ามนำเป็ดไก่รวมทั้งนกที่กำลังป่วยหรือตายแล้วมาชำแหละเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด หากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรืออยู่ในพื้นที่สัตว์ปีกป่วยตาย ให้รีบพบแพทย์หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง
จากกรณีที่มีรายงานพบไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช5 เอ็น 8 (H5N8) ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2557 มีการทำลายไก่ 150,000 ตัว และห้ามขนย้ายสัตว์ปีก รวมทั้งไข่ และมูลสัตว์ปีก เป็นเวลา 72 ชั่วโมงนั้นความคืบหน้าในเรื่องนี้ วันนี้(18 พฤศจิกายน 2557) นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 5 เอ็น 8 โดยไทยพบเพียงสายพันธุ์เอช 5 เอ็น1 (H5N1) ในช่วงปี 2546-2549 และไม่พบอีกเลยจนถึงขณะนี้ อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้มีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดไข้หวัดนก โดยเฉพาะสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 เนื่องจากหลายพื้นที่อากาศหนาวเย็น และเริ่มมีนกอพยพหนีสภาพอากาศหนาวจากต่างประเทศมาอยู่ไทย อาจนำเชื้อมาแพร่ได้ และในปี 2557 ยังพบผู้ป่วยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ได้มอบให้กรมควบคุมโรคและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เฝ้าระวังโรคทั้งในคนและในสัตว์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เน้นหนักจังหวัดที่เคยพบสัตว์ปีกหรือคนติดเชื้อไข้หวัดนก และจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-ลาว และไทย ? พม่า โดยให้ดำเนินการเฝ้าระวังทั้งในชุมชน และในโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถตรวจจับโรคได้อย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัยให้สอบสวนโรค ซักประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกทุกราย และเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ส่วนในสัตว์ปีกให้ อสม.ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเฝ้าระวังการป่วย ตายผิดปกติในสัตว์ปีกที่เลี้ยงตามบ้านเรือนและธรรมชาติ หากพบให้เก็บซากสัตว์ปีกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทันทีและแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข
ด้านนายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รายงานผลการเฝ้าระวังขององค์การอนามัยโลกซึ่งพบว่า จนถึงปัจจุบันมีเชื้อไข้หวัดนกที่สามารถแพร่เชื้อมายังคนได้ 7 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 (H5N1) เอช 5 เอ็น 2 (H5N2) เอช 10 เอ็น 8 (H10 N 8) เอช 7 เอ็น 5(H7N5) เอช7 เอ็น7 (H7N7) เอช 7 เอ็น 9 (H7N9) และเอช 5 เอ็น 8 โดยที่รุนแรงที่สุดคือสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลว ขณะนี้ยังพบในประเทศต่างๆทั่วโลกทั้งในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง ยอดผู้ป่วยยืนยัน ตั้งแต่ปี 2546-2557 มีทั้งหมด 668 ราย เสียชีวิต 393 ราย ใน16 ประเทศ เฉพาะในปี 2557 มีรายงานป่วย 19 ราย เสียชีวิต 8 รายใน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน อียิปต์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ให้ยึดหลักปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้หวัดนก ห้ามนำสัตว์ปีกที่ตายแล้วหรือกำลังมีอาการป่วยมาชำแหละเพื่อจำหน่ายหรือรับประทาน หรือนำไปให้สัตว์อื่นกินอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหากสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก ผู้ชำแหละจะติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งได้ หากพบสัตว์ปีกเสียชีวิตผิดปกติขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ปีก ให้สวมถุงมือหรือถุงพลาสติกและล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งหลังจากสัมผัสสัตว์ปีก หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เช่นมีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีกหรือผู้ป่วยปอดบวม ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง หรือโทรปรึกษาสายด่วนของกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา: moph.go.th
สั่งเฝ้าระวัง?ไข้หวัดนก?ตลอดหนาว ย้ำประชาชนห้ามนำไก่เป็ด นกป่วย/ตาย มาชำแหละ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (129 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (136 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (144 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (162 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (204 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (208 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (183 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (177 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
