ลมหนาวมาแล้ว ใครซื้อเสื้อกันหนาวมือ2ลองอ่านดู
- sumisumi ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 12 ก.พ. 2013 5:16 pm
ลมหนาวมาแล้ว ใครซื้อเสื้อกันหนาวมือ2ลองอ่านดู
เวลาถึงหน้าหนาวทีไร เรามักจะเห็นตามตลาดนัด หรือตามชอปปิ้งเซนเตอร์ นำเสื้อผ้ามือสองออกมาขาย จึงอยากน้ำบทความจากแพทย์ผิวหนังมาให้คำแนะนำเกี่ยกับการดูแลสุขภาพ

พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงอันตรายจากไรฝุ่นว่า "ไรฝุ่นคือสารก่อภูมิแพ้อันดับ 1 คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงร้อยละ 70-90% ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย เนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตได้ดี โดยไรฝุ่นจะผลิตสารก่อภูมิแพ้อย่าง มูลของไรฝุ่น ออกมาหลังจากอยู่อาศัยบนผ้าสำหรับเครื่องนอนอย่าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอนซึ่งเมื่อร่างกายของเราสัมผัส มูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้รุนแรงขึ้นซึ่งมีตั้งแต่ระดับที่น่ารำคาญ เช่น คัดแน่นจมูก ไอ จาม น้ำมูกไหล มีผื่นคัน คันตา คันในคอ หรือที่เรียกกันว่า โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) ไปจนถึงระดับที่อาการรุนแรงขึ้นมาในคนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดที่เราเรียกว่า อาการจับหืดเฉียบพลันซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยมูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นให้ทางเดินหายใจหดตัว ทำให้หายใจไม่ออก ยิ่งหากได้รับเชื้อราเข้าไปด้วยแล้ว อาจยิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไปพบแพทย์หรือได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา"
อย่างไรก็ตามพฤติกรรรมของคนเมืองในปัจจุบันที่มักวุ่นกับการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ จนแทบไม่เหลือเวลาในการทำงานบ้าน รวมถึงการซักผ้า
และการทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม หารู้ไม่ว่า ผ้าที่หมักหมมและไม่ได้รับการทำความสะอาด คือแหล่งที่อยู่และแพร่พันธุ์ที่สำคัญของเชื้อโรค และไรฝุ่น
เพราะผ้าเหล่านี้อาจปนเปื้อนไปด้วยเหงื่อไคล คราบสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาจากร่างกาย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่าง ๆ
นั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขี้ไคลและสปอร์ของเชื้อราคือแหล่งอาหารที่สำคัญที่ทำให้ไรฝุ่นนั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีและแพร่พันธุ์บนผ้าของเรามากยิ่งขึ้นเคล็ดลับดี ๆ
ที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นไม่ให้มารบกวนอีกต่อไป ให้คุณมั่นใจในความขาวสะอาดของผ้าและเครื่องนุ่มห่มอย่างแท้จริง
1.ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า อย่าปล่อยให้ไรฝุ่นยึดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้า ควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ
2.เก็บเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่มในที่แห้งและมีประตูปิดมิดชิด
3.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ (แอนตี้แบค)
4.ตากผ้ากลางแดดจัดนานติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฟักตัวของไรฝุ่น

พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงอันตรายจากไรฝุ่นว่า "ไรฝุ่นคือสารก่อภูมิแพ้อันดับ 1 คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงร้อยละ 70-90% ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย เนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตได้ดี โดยไรฝุ่นจะผลิตสารก่อภูมิแพ้อย่าง มูลของไรฝุ่น ออกมาหลังจากอยู่อาศัยบนผ้าสำหรับเครื่องนอนอย่าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอนซึ่งเมื่อร่างกายของเราสัมผัส มูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้รุนแรงขึ้นซึ่งมีตั้งแต่ระดับที่น่ารำคาญ เช่น คัดแน่นจมูก ไอ จาม น้ำมูกไหล มีผื่นคัน คันตา คันในคอ หรือที่เรียกกันว่า โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) ไปจนถึงระดับที่อาการรุนแรงขึ้นมาในคนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดที่เราเรียกว่า อาการจับหืดเฉียบพลันซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยมูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นให้ทางเดินหายใจหดตัว ทำให้หายใจไม่ออก ยิ่งหากได้รับเชื้อราเข้าไปด้วยแล้ว อาจยิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไปพบแพทย์หรือได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา"
อย่างไรก็ตามพฤติกรรรมของคนเมืองในปัจจุบันที่มักวุ่นกับการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ จนแทบไม่เหลือเวลาในการทำงานบ้าน รวมถึงการซักผ้า
และการทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม หารู้ไม่ว่า ผ้าที่หมักหมมและไม่ได้รับการทำความสะอาด คือแหล่งที่อยู่และแพร่พันธุ์ที่สำคัญของเชื้อโรค และไรฝุ่น
เพราะผ้าเหล่านี้อาจปนเปื้อนไปด้วยเหงื่อไคล คราบสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาจากร่างกาย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่าง ๆ
นั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขี้ไคลและสปอร์ของเชื้อราคือแหล่งอาหารที่สำคัญที่ทำให้ไรฝุ่นนั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีและแพร่พันธุ์บนผ้าของเรามากยิ่งขึ้นเคล็ดลับดี ๆ
ที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นไม่ให้มารบกวนอีกต่อไป ให้คุณมั่นใจในความขาวสะอาดของผ้าและเครื่องนุ่มห่มอย่างแท้จริง
1.ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า อย่าปล่อยให้ไรฝุ่นยึดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้า ควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ
2.เก็บเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่มในที่แห้งและมีประตูปิดมิดชิด
3.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ (แอนตี้แบค)
4.ตากผ้ากลางแดดจัดนานติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฟักตัวของไรฝุ่น
- sirrii ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ก.ย. 2014 4:56 pm
Re: ลมหนาวมาแล้ว ใครซื้อเสื้อกันหนาวมือ2ลองอ่านดู
ข้อมูลดีมากค่ะ เรารู้เรื่องพวกนี้น้อยมาก คิดว่าเป็นเพียงโรคประจำตัวที่มีมาแต่กำเนิด ขอบคุณมากค่ะ
ลมหนาวมาแล้ว ใครซื้อเสื้อกันหนาวมือ2ลองอ่านดู
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (5 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (3 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (2 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,308 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (31 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (9 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (10 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
