นักวิจัยเผยผลการใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
นักวิจัยเผยผลการใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เวียนนา--22 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
ข้อมูลจากการประชุมสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป เดือนกันยายน 2557
กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียค้นพบว่า การใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 นั้น ช่วยให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและการเสียชีวิตลดลง และผลลัพธ์ดังกล่าวยังคงให้ผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีหลังหยุดการรักษาแล้ว
ผลจากการศึกษาระดับโลกในครั้งนี้เผยให้เห็นว่า 6 ปีหลังจากหยุดทำการรักษาอย่างเข้มข้นด้วยการใช้ยา perindopril ร่วมกับยา indapamide พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ยังคงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดโรคหัวใจขั้นรุนแรงและเสียชีวิต
การศึกษาในชื่อ ADVANCE-ON จัดทำขึ้นโดยการนำของสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากล (The George Institute for Global Health) ในกว่า 20 ประเทศ โดยเป็นการติดตามผู้ป่วยมากกว่า 80% จากจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด 11,000 คนที่มีส่วนร่วมในการทดลอง ADVANCE ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเริ่มในปี 2544 และสิ้นสุดในปี 2550
ในการทดลอง ADVANCE ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงด้วยยายับยั้ง ACE ร่วมกับยาขับปัสสาวะเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี พบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเสียชีวิตลดลง และในการศึกษาติดตามผล ADVANCE-ON ยังพบว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวยังคงอยู่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 6 ปี แต่มีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับในช่วงที่ทำการรักษา
ศาสตราจารย์จอห์น ชาลเมอร์ส จากสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากลและมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าการทดลองในครั้งนี้ กล่าวระหว่างการประชุมสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป ที่บาร์เซโลนาว่า ?ผลการศึกษาได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 และโชคดีที่ผลของการรักษายังคงอยู่แม้หยุดการรักษาไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ให้ได้มากที่สุด?
รองศาสตราจารย์โซเฟีย ซูนกัส ผู้อำนวยการการศึกษาครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า ?นี่เป็นการค้นพบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่สังเกตได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงก็ตาม?
ศาสตราจารย์ชาลเมอร์สกล่าวว่า การรักษาอย่างเข้มข้นโดยใช้ยา perindopril และยา indapamide มีแนวโน้มว่าจะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของระบบหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
มีการประเมินว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานราว 382 ล้านคน และประมาณ 90% ของจำนวนดังกล่าวป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ทั้งนี้ โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ตาบอด ไตวาย การต้องตัดอวัยวะทิ้ง และโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้นยังติด 1 ใน 10 สาเหตุหลักของการเสียชีวิตด้วย
การทดลอง ADVANCE ได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติของออสเตรเลีย (NHMRC) มูลนิธิโรคหัวใจของอังกฤษ สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหราชอาณาจักร และเซอร์เวียร์
แหล่งข่าว: สถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากล
ข้อมูลจากการประชุมสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป เดือนกันยายน 2557
กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียค้นพบว่า การใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 นั้น ช่วยให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและการเสียชีวิตลดลง และผลลัพธ์ดังกล่าวยังคงให้ผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีหลังหยุดการรักษาแล้ว
ผลจากการศึกษาระดับโลกในครั้งนี้เผยให้เห็นว่า 6 ปีหลังจากหยุดทำการรักษาอย่างเข้มข้นด้วยการใช้ยา perindopril ร่วมกับยา indapamide พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ยังคงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดโรคหัวใจขั้นรุนแรงและเสียชีวิต
การศึกษาในชื่อ ADVANCE-ON จัดทำขึ้นโดยการนำของสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากล (The George Institute for Global Health) ในกว่า 20 ประเทศ โดยเป็นการติดตามผู้ป่วยมากกว่า 80% จากจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด 11,000 คนที่มีส่วนร่วมในการทดลอง ADVANCE ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเริ่มในปี 2544 และสิ้นสุดในปี 2550
ในการทดลอง ADVANCE ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงด้วยยายับยั้ง ACE ร่วมกับยาขับปัสสาวะเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี พบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเสียชีวิตลดลง และในการศึกษาติดตามผล ADVANCE-ON ยังพบว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวยังคงอยู่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 6 ปี แต่มีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับในช่วงที่ทำการรักษา
ศาสตราจารย์จอห์น ชาลเมอร์ส จากสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากลและมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าการทดลองในครั้งนี้ กล่าวระหว่างการประชุมสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป ที่บาร์เซโลนาว่า ?ผลการศึกษาได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 และโชคดีที่ผลของการรักษายังคงอยู่แม้หยุดการรักษาไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ให้ได้มากที่สุด?
รองศาสตราจารย์โซเฟีย ซูนกัส ผู้อำนวยการการศึกษาครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า ?นี่เป็นการค้นพบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่สังเกตได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงก็ตาม?
ศาสตราจารย์ชาลเมอร์สกล่าวว่า การรักษาอย่างเข้มข้นโดยใช้ยา perindopril และยา indapamide มีแนวโน้มว่าจะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของระบบหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
มีการประเมินว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานราว 382 ล้านคน และประมาณ 90% ของจำนวนดังกล่าวป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ทั้งนี้ โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ตาบอด ไตวาย การต้องตัดอวัยวะทิ้ง และโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้นยังติด 1 ใน 10 สาเหตุหลักของการเสียชีวิตด้วย
การทดลอง ADVANCE ได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติของออสเตรเลีย (NHMRC) มูลนิธิโรคหัวใจของอังกฤษ สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหราชอาณาจักร และเซอร์เวียร์
แหล่งข่าว: สถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพสากล
นักวิจัยเผยผลการใช้ยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (101 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (108 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (119 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (133 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (178 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (184 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (163 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (158 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
