โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- mshealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 มี.ค. 2013 3:11 pm
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
เพราะวิถีการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบัน ทำให้เป็นโรคต่างๆได้แบบไม่รู้ตัว ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด รวมไปถึงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งนับวันจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และในจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น กลับเป็นผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักไม่มีอาการแสดงให้ทราบล่วงหน้า โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งมีทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้และสามารถควบคุมได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ
1. เรื่องของอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไรก็มีโอกาสเกิดไขมันในผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้นสำหรับในผู้หญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปจึงทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้น
2. พันธุกรรม หากใครมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ (หมายถึงครอบครัวสายตรง คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง) ก็จะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้คือ
1. การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อหัวใจวายมากกว่าคนที่ไม่สูบถึงสองเท่า และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างกะทันหัน นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังเป็นอันตรายต่อคนใกล้ชิดเพราะสารนิโคตินในบุหรี่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น คาร์บอนมอนนอกไซด์ในควันบุหรี่จะเกาะติดกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ง่ายกว่าออกซิเจน ดังนั้นหัวใจอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ นอกจากนี้ในบุหรี่ยังมีสารเคมีอีกหลายสิบ หลายร้อยตัว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้อาจเป็นตัวก่อให้เกิดความเสียหายกับผนังหลอดเลือดได้
2. โรคเบาหวานคือความผิดปกติที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุของการทำลายผนังภายในของหลอดเลือด และยังกระตุ้นให้มีคราบสะสมเกาะภายในผนังหลอดเลือดอีกด้วย
3. ความดันโลหิตสูง เพราะความดันโลหิตสูงสามารถกระตุ้นให้กระบวนการการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือดเกิดได้เร็วขึ้น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องสูบฉีดโลหิตแรงขึ้นเพื่อจะส่งไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย
4. โคเลสเตอรอลสูง ยิ่งมีระดับโคเลสโตรอลสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้น
5. ความอ้วน หรือน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นหากเทียบการทำกิจกรรมประเภทเดียวกัน หัวใจของคนที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำงานหนักมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ
6. ไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้แก่
- การนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานตลอดทั้งวัน โดยไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอลสูง
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และเป็นเวลานานมีส่วนทำให้ปริมาณไขมันในเลือดมีระดับสูง และอาจทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ จึงเป็นการลดสมรรถภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ความเครียด หรือความคิดในเชิงลบจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ปวดหัวไมเกรน หัวใจ ฯลฯ
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://svh.cc/CoronaryArtery
http://svh.cc/HeartPackage
ด้วยความปรารถนาดี จาก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักไม่มีอาการแสดงให้ทราบล่วงหน้า โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งมีทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้และสามารถควบคุมได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ
1. เรื่องของอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไรก็มีโอกาสเกิดไขมันในผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้นสำหรับในผู้หญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปจึงทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้น
2. พันธุกรรม หากใครมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ (หมายถึงครอบครัวสายตรง คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง) ก็จะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้คือ
1. การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อหัวใจวายมากกว่าคนที่ไม่สูบถึงสองเท่า และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างกะทันหัน นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังเป็นอันตรายต่อคนใกล้ชิดเพราะสารนิโคตินในบุหรี่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น คาร์บอนมอนนอกไซด์ในควันบุหรี่จะเกาะติดกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ง่ายกว่าออกซิเจน ดังนั้นหัวใจอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ นอกจากนี้ในบุหรี่ยังมีสารเคมีอีกหลายสิบ หลายร้อยตัว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้อาจเป็นตัวก่อให้เกิดความเสียหายกับผนังหลอดเลือดได้
2. โรคเบาหวานคือความผิดปกติที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุของการทำลายผนังภายในของหลอดเลือด และยังกระตุ้นให้มีคราบสะสมเกาะภายในผนังหลอดเลือดอีกด้วย
3. ความดันโลหิตสูง เพราะความดันโลหิตสูงสามารถกระตุ้นให้กระบวนการการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือดเกิดได้เร็วขึ้น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องสูบฉีดโลหิตแรงขึ้นเพื่อจะส่งไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย
4. โคเลสเตอรอลสูง ยิ่งมีระดับโคเลสโตรอลสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดมากขึ้นเท่านั้น
5. ความอ้วน หรือน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นหากเทียบการทำกิจกรรมประเภทเดียวกัน หัวใจของคนที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำงานหนักมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ
6. ไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้แก่
- การนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานตลอดทั้งวัน โดยไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอลสูง
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และเป็นเวลานานมีส่วนทำให้ปริมาณไขมันในเลือดมีระดับสูง และอาจทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ จึงเป็นการลดสมรรถภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ความเครียด หรือความคิดในเชิงลบจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ปวดหัวไมเกรน หัวใจ ฯลฯ
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://svh.cc/CoronaryArtery
http://svh.cc/HeartPackage
ด้วยความปรารถนาดี จาก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (100 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (107 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (118 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (131 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (176 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (183 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (162 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (157 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
