สธ. ให้ทุกโรงพยาบาล สำรอง ?เซรุ่มแก้พิษงู? 7 ชนิด พร้อมรักษาประชาชนถูกงูกัด
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
สธ. ให้ทุกโรงพยาบาล สำรอง ?เซรุ่มแก้พิษงู? 7 ชนิด พร้อมรักษาประชาชนถูกงูกัด
กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนช่วงฝนตก น้ำท่วม ระวังถูกงูพิษที่หนีน้ำมาอยู่ในบ้านเรือนกัด ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิดพร้อมรักษาประชาชน แนะหากถูกงูกัด ให้อยู่นิ่งและรีบส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ห้ามกรีดแผล ดูดพิษ ขันชะเนาะเด็ดขาด
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ ฝนตกหนัก มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ได้กำชับให้สถานบริการในสังกัดทุกแห่ง เตรียมความพร้อมป้องกันสถานบริการไม่ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุข ติดตามดูแลสุขภาพผู้ที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ จนถึงวันนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกปฏิบัติการแล้ว 23 ครั้ง มีผู้รับบริการ 3,026 ราย ส่วนใหญ่เป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดเมื่อย น้ำกัดเท้า เป็นต้น
นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีน้ำท่วม ประชาชนอาจได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาอยู่ในบ้านเรือนได้ โดยเฉพาะงูพิษ หากถูกกัดอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้ถูกงูกัดประมาณ 7,000 - 8,000 ราย ซึ่งร้อยละ 50 ถูกกัดในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม ได้ให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในสังกัด สำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิด ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ พร้อมให้การดูแลรักษาประชาชนทันที รวมทั้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันสัตว์มีพิษและงูกัด และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
ทางด้านนายแพทย์อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวว่า หากประชาชนถูกงูกัด ขอให้ตั้งสติ อย่าตกใจเกินไป ให้สังเกตรอยแผลที่ถูกกัด หากเป็นงูพิษลักษณะรอยแผลเขี้ยวงูจะมีขนาดเล็กคล้ายถูกเข็มตำ โดยปกติจะมี 2 รอยอยู่คู่กัน แต่บางครั้งอาจจะเห็นเพียงรอยเดียวหากถูกกัดที่ปลายมือหรือปลายเท้า ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ที่ถูกงูกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ไม่กรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟหรือไฟฟ้าจี้แผล โปะน้ำแข็ง พอกสมุนไพร ดื่มเหล้า กินยาแก้ปวดที่มีแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เพิ่มการติดเชื้อ ทำให้เนื้อตาย และไม่ได้ช่วยรักษาผู้ป่วย ขอให้โทรแจ้งหน่วยแพทย์กู้ชีพทางหมายเลข 1669 หรือให้รีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โดยพยายามเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด เพื่อชะลอพิษงูซึมเข้าสู่ร่างกายช้าลง รวมทั้งไม่ขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเป็นเนื้อตายได้ และหากเป็นไปได้ควรนำซากงูที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วย
ที่มา สำนักสารนิเทศ สธ.
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ ฝนตกหนัก มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ได้กำชับให้สถานบริการในสังกัดทุกแห่ง เตรียมความพร้อมป้องกันสถานบริการไม่ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุข ติดตามดูแลสุขภาพผู้ที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ จนถึงวันนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกปฏิบัติการแล้ว 23 ครั้ง มีผู้รับบริการ 3,026 ราย ส่วนใหญ่เป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดเมื่อย น้ำกัดเท้า เป็นต้น
นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีน้ำท่วม ประชาชนอาจได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาอยู่ในบ้านเรือนได้ โดยเฉพาะงูพิษ หากถูกกัดอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้ถูกงูกัดประมาณ 7,000 - 8,000 ราย ซึ่งร้อยละ 50 ถูกกัดในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม ได้ให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในสังกัด สำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิด ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ พร้อมให้การดูแลรักษาประชาชนทันที รวมทั้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันสัตว์มีพิษและงูกัด และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
ทางด้านนายแพทย์อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวว่า หากประชาชนถูกงูกัด ขอให้ตั้งสติ อย่าตกใจเกินไป ให้สังเกตรอยแผลที่ถูกกัด หากเป็นงูพิษลักษณะรอยแผลเขี้ยวงูจะมีขนาดเล็กคล้ายถูกเข็มตำ โดยปกติจะมี 2 รอยอยู่คู่กัน แต่บางครั้งอาจจะเห็นเพียงรอยเดียวหากถูกกัดที่ปลายมือหรือปลายเท้า ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ที่ถูกงูกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ไม่กรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟหรือไฟฟ้าจี้แผล โปะน้ำแข็ง พอกสมุนไพร ดื่มเหล้า กินยาแก้ปวดที่มีแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เพิ่มการติดเชื้อ ทำให้เนื้อตาย และไม่ได้ช่วยรักษาผู้ป่วย ขอให้โทรแจ้งหน่วยแพทย์กู้ชีพทางหมายเลข 1669 หรือให้รีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โดยพยายามเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด เพื่อชะลอพิษงูซึมเข้าสู่ร่างกายช้าลง รวมทั้งไม่ขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเป็นเนื้อตายได้ และหากเป็นไปได้ควรนำซากงูที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วย
ที่มา สำนักสารนิเทศ สธ.
สธ. ให้ทุกโรงพยาบาล สำรอง ?เซรุ่มแก้พิษงู? 7 ชนิด พร้อมรักษาประชาชนถูกงูกัด
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (13 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (12 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (77 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, pr400 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
