สาธารณสุขซ้อมแผนรับมือ ?โรคเมอร์ส-โควี? หลังทั่วโลกป่วยแล้ว 853 ราย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สาธารณสุขซ้อมแผนรับมือ ?โรคเมอร์ส-โควี? หลังทั่วโลกป่วยแล้ว 853 ราย
31 ก.ค. นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเปิดการฝึกซ้อมแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 หรือ เมอร์ส-โควี (MERS-CoV) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานควบคุมป้องกันโรค โดยสมมติ 3 เหตุการณ์ คือ พบผู้ป่วยติดเชื้อรายแรกในไทย พบผู้ป่วยสงสัยเพิ่มขึ้นในวงกว้าง และพบพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ ว่า โรคเมอร์ส-โควี มีความรุนแรงสูง ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษา พบในคนครั้งแรกเมื่อ เม.ย. 2555 ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง องค์การอนามัยโลกรายงานผู้ป่วยสะสมจนถึงวันที่ 24 ก.ค. 2557 จำนวน 853 ราย เสียชีวิต 330 ราย ใน 21 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน กาตาร์ คูเวต อิหร่าน โอมาน อียิปต์ เยเมน เลบานอน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ตูนิเซีย อัลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา
สำหรับไทยไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่มีโอกาสเสี่ยงจากการเดินทางไปท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจ หรือประกอบศาสนกิจในพื้นที่ที่มีการระบาด ได้ให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วย ทั้งในชุมชนและในโรงพยาบาล เตรียมความพร้อมสถานพยาบาล ห้องแล็บ แจ้งเตือนผู้เดินทาง หากพบผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลาง ให้แจ้งที่สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) ทันที เพื่อเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรค ควบคุมการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด
?สำหรับแผนการดูแลชาวไทยมุสลิมจำนวนกว่า 10,000 คน ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียใน ก.ย. นี้ ได้เตรียมดูแล 3 ระยะ คือ ก่อนเดินทาง ระหว่างประกอบพิธี และหลังเดินทางกลับ โดยได้ให้บริการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และไข้กาฬหลังแอ่น ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ แจกเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย รวมทั้งส่งหน่วยแพทย์พยาบาลไทยไปให้การดูแลรักษาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และวางระบบการเฝ้าระวังโรค ติดตามหลังเดินทางกลับเป็นเวลา 15 วัน? รองปลัด สธ. กล่าว
ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดี คร. กล่าวว่า กรมฯได้จัดการฝึกซ้อมกรณีโรคเมอร์ส-โควี อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ได้ฝึกซ้อมแผน 3 ระยะ โดยระยะ 1 และ 2 เน้นการเฝ้าระวัง สอบสวน และตรวจจับการระบาดในพื้นที่และสนามบิน การดูแลผู้ป่วย การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล และระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม ส่วนระยะที่ 3 เน้นด้านการตัดสินใจ การสั่งการ การบริหารจัดการทรัพยากร และการสื่อสารในกรณีตอบโต้ภาวะการระบาด รวมถึงการควบคุมโรคในกรณีที่มีการระบาดในชุมชนเป็นวงกว้าง
หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด ขอแนะนำให้รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐ และการดื่มน้ำนมดิบจากอูฐที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือกินอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด หากจำเป็นควรใส่หน้ากากป้องกันโรค หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หลังเดินทางกลับ ภายใน 14 วันให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย
สำหรับไทยไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่มีโอกาสเสี่ยงจากการเดินทางไปท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจ หรือประกอบศาสนกิจในพื้นที่ที่มีการระบาด ได้ให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วย ทั้งในชุมชนและในโรงพยาบาล เตรียมความพร้อมสถานพยาบาล ห้องแล็บ แจ้งเตือนผู้เดินทาง หากพบผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลาง ให้แจ้งที่สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) ทันที เพื่อเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรค ควบคุมการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด
?สำหรับแผนการดูแลชาวไทยมุสลิมจำนวนกว่า 10,000 คน ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียใน ก.ย. นี้ ได้เตรียมดูแล 3 ระยะ คือ ก่อนเดินทาง ระหว่างประกอบพิธี และหลังเดินทางกลับ โดยได้ให้บริการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และไข้กาฬหลังแอ่น ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ แจกเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย รวมทั้งส่งหน่วยแพทย์พยาบาลไทยไปให้การดูแลรักษาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และวางระบบการเฝ้าระวังโรค ติดตามหลังเดินทางกลับเป็นเวลา 15 วัน? รองปลัด สธ. กล่าว
ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดี คร. กล่าวว่า กรมฯได้จัดการฝึกซ้อมกรณีโรคเมอร์ส-โควี อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ได้ฝึกซ้อมแผน 3 ระยะ โดยระยะ 1 และ 2 เน้นการเฝ้าระวัง สอบสวน และตรวจจับการระบาดในพื้นที่และสนามบิน การดูแลผู้ป่วย การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล และระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม ส่วนระยะที่ 3 เน้นด้านการตัดสินใจ การสั่งการ การบริหารจัดการทรัพยากร และการสื่อสารในกรณีตอบโต้ภาวะการระบาด รวมถึงการควบคุมโรคในกรณีที่มีการระบาดในชุมชนเป็นวงกว้าง
หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด ขอแนะนำให้รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐ และการดื่มน้ำนมดิบจากอูฐที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือกินอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด หากจำเป็นควรใส่หน้ากากป้องกันโรค หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หลังเดินทางกลับ ภายใน 14 วันให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย
สาธารณสุขซ้อมแผนรับมือ ?โรคเมอร์ส-โควี? หลังทั่วโลกป่วยแล้ว 853 ราย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (118 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (124 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (134 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (151 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (195 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (198 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (175 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (169 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
