วิตามินบำรุงสมอง ต้านความจำเสื่อม ต้องกินวิตามินตัวไหนดี
- Guest ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:48 am
วิตามินบำรุงสมอง ต้านความจำเสื่อม ต้องกินวิตามินตัวไหนดี
Q :
วิตามิน หรือ อาหารเสริม สำหรับบำรุงสมอง และความจำมีอะไรบ้าง
จะกินวิตามินบำรุงบำรุงสมองควรกินอาหารเสริมตัวไหนดี
วิตามินต้านการความจำเสื่อมต้องกินวิตามินอะไร
วิตามิน หรือ อาหารเสริม สำหรับบำรุงสมอง และความจำมีอะไรบ้าง
จะกินวิตามินบำรุงบำรุงสมองควรกินอาหารเสริมตัวไหนดี
วิตามินต้านการความจำเสื่อมต้องกินวิตามินอะไร
-
- Lecithin ออฟไลน์
Re: วิตามินบำรุงสมอง ต้านความจำเสื่อม ต้องกินวิตามินตัวไหนดี
วิตามินตัวแรกที่บำรุงสมองคือ Lecithin
เราสามารถพบ Lecithin ในอาหารทั่วๆ ไป อย่างเช่น นมสด ชีส เนย ไข่ เนื้อวัว ถั่วเหลือง ข้าว แป้ง ถั่วลิสง และแครอท แต่ที่สกัดมาเป็นอาหารเสริมเป็นเม็ดขายส่วนมากจะสกัดมาจากถั่วเหลืองเพราะสามารถสกัดออกมาให้ปริมาณ Lecithin ได้สูง
ประโยชน์และบทบาทของ Lecithin
ภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง (Hyper- lipoproteinemia)
นิ่วในถุงน้ำดีและการทำงานของตับ (Gallstones and disorders of liver metabolism)
ความผิดปกติของระบบประสาท (Organic psychiatric syndrome)
หนึ่งในสารสื่อนำประสาท (Neurotransmitters) acetylcholine (ACh) ซึ่ง acetylcholine นั้นจะถูกสังเคราะห์โดยเซลล์ประสาทจากโคลีน (choline) ซึ่งได้รับจากสารอาหาร และ Lecithin ก็เป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโคลีนเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น Lecithin จึงมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาท
จากข้อมูลวิจัยทางการแพทย์พบว่า Lecithin เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างยิ่ง เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดระดับ Cholesterol ช่วยลดภาวะหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจ ช่วยป้องกันและช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดี ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท บำรุงสมอง ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และการจดจำให้ดีขึ้นและอื่น ๆ อีก จากคุณสมบัติดังกล่าว Lecithin จึงเหมาะสำหรับเป็นอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ การได้ Lecithin ขนาด 0.6-1 กรัม/วัน ก็จะเพียงพอแล้วในการป้องกันโรคบางอย่างและและควบคุมกลไกการทำงานให้ดีอยู่เสมอ โดยไม่ทำให้เกิดการสะสมหรือข้อแทรกซ้อนแต่อย่างใด
เราสามารถพบ Lecithin ในอาหารทั่วๆ ไป อย่างเช่น นมสด ชีส เนย ไข่ เนื้อวัว ถั่วเหลือง ข้าว แป้ง ถั่วลิสง และแครอท แต่ที่สกัดมาเป็นอาหารเสริมเป็นเม็ดขายส่วนมากจะสกัดมาจากถั่วเหลืองเพราะสามารถสกัดออกมาให้ปริมาณ Lecithin ได้สูง
ประโยชน์และบทบาทของ Lecithin
ภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง (Hyper- lipoproteinemia)
นิ่วในถุงน้ำดีและการทำงานของตับ (Gallstones and disorders of liver metabolism)
ความผิดปกติของระบบประสาท (Organic psychiatric syndrome)
หนึ่งในสารสื่อนำประสาท (Neurotransmitters) acetylcholine (ACh) ซึ่ง acetylcholine นั้นจะถูกสังเคราะห์โดยเซลล์ประสาทจากโคลีน (choline) ซึ่งได้รับจากสารอาหาร และ Lecithin ก็เป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโคลีนเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น Lecithin จึงมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาท
จากข้อมูลวิจัยทางการแพทย์พบว่า Lecithin เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างยิ่ง เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดระดับ Cholesterol ช่วยลดภาวะหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจ ช่วยป้องกันและช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดี ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท บำรุงสมอง ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และการจดจำให้ดีขึ้นและอื่น ๆ อีก จากคุณสมบัติดังกล่าว Lecithin จึงเหมาะสำหรับเป็นอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ การได้ Lecithin ขนาด 0.6-1 กรัม/วัน ก็จะเพียงพอแล้วในการป้องกันโรคบางอย่างและและควบคุมกลไกการทำงานให้ดีอยู่เสมอ โดยไม่ทำให้เกิดการสะสมหรือข้อแทรกซ้อนแต่อย่างใด
วิตามินบำรุงสมอง ต้านความจำเสื่อม ต้องกินวิตามินตัวไหนดี
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (3 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (2 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (1 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,148 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (29 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
