Skip ไปที่เนื้อหา

ไฟเบอร์ (Fiber) ดีต่อสุขภาพแค่ไหน เสริมไฟเบอร์อย่างไร?

ข่าวกิจกรรม CSR ข่าวบุคคล วาไรตี้ บอกเล่าซุบซิบ ข่าวใต้ภาพ จิปาถะ
  • เนิร์ด
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 12 เม.ย. 2022 11:46 am

ไฟเบอร์ (Fiber) ดีต่อสุขภาพแค่ไหน เสริมไฟเบอร์อย่างไร?

 โพสต์ เนิร์ด    5

ไฟเบอร์ (Fiber) คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร เลือกกินไฟเบอร์อย่างไรดี
ไฟเบอร์
ไฟเบอร์ (Fiber) สำคัญอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง เสริมไฟเบอร์ให้พอดีทำอย่างไร เลือกไฟเบอร์ที่เหมาะสม ปรับสมดุลร่างกาย เสริมสร้างสุขภาพดีจากภายใน

ไฟเบอร์ คือสารอาหารหรือใยอาหาร เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ และมีส่วนสำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถพบได้ในผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่ว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มกากใย กระตุ้นการขับถ่าย ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไฟเบอร์จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ ดังนั้น ไฟเบอร์จึงเป็นสารอาหารที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการควบคุมน้ำหนัก

หากกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟเบอร์ ไฟเบอร์ช่วยเรื่องอะไร? ไฟเบอร์กินทุกวันได้ไหม? บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าไฟเบอร์คืออะไร ประเภทของไฟเบอร์ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยใยอาหาร ตลอดจนเลือกกินไฟเบอร์ให้ถูกวิธี เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกรับประทานไฟเบอร์ได้อย่างเหมาะสม
ไฟเบอร์มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?

ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหาร เป็นองค์ประกอบสำคัญของโภชนาการที่มีบทบาทต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวม แม้จะไม่สามารถย่อยได้โดยร่างกาย แต่ไฟเบอร์ยังช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ และมีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด ไฟเบอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามคุณสมบัติและประโยชน์ของไฟเบอร์ที่มีต่อร่างกาย มีดังนี้

  • ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ (Aoluble Dietary Fiber) สามารถดูดซึมน้ำและเปลี่ยนเป็นเจลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในร่างกาย แหล่งไฟเบอร์ชนิดนี้พบได้ในข้าวโอ๊ต ถั่ว ผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิล ส้ม รวมถึงพืชตระกูลถั่ว อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  • ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำไม่ได้ (Insoluble Fiber) ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว กระตุ้นการขับถ่ายช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร และป้องกันอาการท้องผูก แหล่งไฟเบอร์สำคัญได้แก่ ผักใบเขียว ธัญพืชเต็มเมล็ด รำข้าวสาลี และเมล็ดพืช

ไฟเบอร์ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

ไฟเบอร์ ช่วยอะไร? ไฟเบอร์เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย แต่ยังมีผลต่อการควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด และระบบการทำงานของลำไส้ การบริโภคไฟเบอร์อย่างเหมาะสม มีประโยชน์ต่อร่างกายและป้องกันโรคต่าง ๆ โดยประโยชน์ของไฟเบอร์ มีดังนี้

  • ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ไฟเบอร์ให้ความรู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหารและปริมาณการบริโภค และช่วยควบคุมระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ช่วยในการขับถ่าย ไฟเบอร์ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ไฟเบอร์ช่วยขับถ่าย ลดความเสี่ยงปัญหาท้องผูก รวมถึงโรคริดสีดวงทวารด้วย
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไฟเบอร์เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ซึ่งช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์และยังผลิตสารที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วย
  • ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ไฟเบอร์มีส่วนช่วยรักษาการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เลือด ป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูง ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้
  • ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลส่วนเกินและขับออกจากร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้
  • ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไฟเบอร์ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ กระตุ้นการขับถ่าย ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ลดการสะสมของสารพิษ ไฟเบอร์ขับถ่ายสิ่งสกปรกภายในลำไส้ใหญ่ และช่วยการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ พร้อมลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ หากินง่ายกว่าที่คิด
แหล่งอาหารรวมไฟเบอร์
ไฟเบอร์หรือใยอาหารเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพ ช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาล อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก การเพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์สูงประจำวัน ไฟเบอร์ช่วยอะไร จะช่วยมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืน โดยแหล่งอาหารที่มีไฟเบอร์สูง หากินได้ง่าย เช่น

  1. ถั่วหลากหลายชนิด โดยเฉพาะถั่วเมล็ดแห้ง ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ฯลฯ ซึ่งไม่เพียงให้ปริมาณไฟเบอร์สูง แต่ยังอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น แล้วยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวาน
  2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็คเบอร์รี อุดมด้วยไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วย
  3. ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ ข้าวฟ่าง ควินัว และข้าวบาร์เลย์ เป็นแหล่งไฟเบอร์และสารอาหารที่สำคัญ ช่วยมอบใยอาหารที่ดี นอกจากนี้ การบริโภคธัญพืชไม่ขัดสีเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และมะเร็งบางชนิดได้
  4. ผักใบเขียว เช่น คะน้า ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักโขม และบรอกโคลี เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ ช่วยเสริมสร้างระบบ
  5. อาโวคาโด ผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และไขมันดี ช่วยเสริมสร้างระบบย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น

กินไฟเบอร์ให้ถูกวิธี ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

การกินไฟเบอร์เป็นสิ่งสำคัญต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเสริมจากอาหารเสริมไฟเบอร์หรือแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ควรพิจารณาวิธีกินไฟเบอร์ที่ถูกต้อง มีดังนี้

  • เลือกแหล่งไฟเบอร์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นจากแหล่งธรรมชาติ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่าง ๆ และอาหารเสริม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปราศจากสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น
  • การดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยในกระบวนการย่อยและขับถ่าย ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • การเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ หากร่างกายยังไม่คุ้นเคย ควรเพิ่มไฟเบอร์ทีละน้อย ให้ร่างกายปรับตัวตามลำดับ เพื่อลดอาการท้องอืดหรือไม่สบายท้อง
  • เลือกเวลารับประทานให้เหมาะสม ควรกินไฟเบอร์ตอนไหน ควรเลือกกินที่ไม่กระทบต่ออาหารที่มีแร่ธาตุสำคัญ หากเป็นอาหารเสริม ควรรับประทานก่อนมื้ออาหารหรือก่อนนอน ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
  • สังเกตผลกระทบต่อร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืดมากเกินไป หรือระบบขับถ่ายเปลี่ยนไป ควรปรับปริมาณรับประทานให้เหมาะสมหรือปรึกษานักโภชนาการก่อนกิน

ไฟเบอร์ สารอาหารสำคัญ เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

ไฟเบอร์คือกุญแจสำคัญของการทำงานระบบทางเดินอาหาร ไฟเบอร์ช่วยขับถ่ายได้ดี ลดคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรรับประทานไฟเบอร์จากผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และถั่วชนิดต่าง ๆ หรืออาหารเสริมที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
 ไฟเบอร์ (Fiber) ดีต่อสุขภาพแค่ไหน เสริมไฟเบอร์อย่างไร?
 ข่าวกิจกรรม CSR ข่าวบุคคล วาไรตี้ บอกเล่าซุบซิบ ข่าวใต้ภาพ จิปาถะ
เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount