รพ.เมตตาฯ (วัดไร่ขิง) ไขความจริง! 3 ความเข้าใจผิดเรื่องต้อหิน ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
กรมการแพทย์ รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ชวนตอบคำถามยอดฮิต 3 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้อหิน หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นต้อหิน จักต้องทำอย่างไรไม่ให้เขาสูญเสียการมองเห็น จะดูแลผู้ที่เป็นต้อหินอย่างไร มาไขคำตอบไปด้วยกัน
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า ปัจจุบันโรคต้อหินยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด และการสูญเสียการมองเห็นที่เกิดจากความก้าวหน้าของโรคนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม ยาและการผ่าตัดสามารถช่วยชะลอหรือหยุดยั้งการเสื่อมของการมองเห็นได้ เนื่องจากโรคต้อหินมุมเปิดเป็นโรคเรื้องรัง การเฝ้าระวังตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีประสิทธิภาพสูง การวินิจฉัยโรคแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสายตา
พญ.สุพัตรา จามรสุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเพิ่มว่า ต้อหิน (Glaucoma) เป็นหนึ่งในโรคตาที่อันตรายและเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยสาเหตุหลักคือการที่ความดันในลูกตาสูงขึ้น ทำให้เส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวในระยะเริ่มแรก ๆ เนื่องจากไม่มีอาการเจ็บปวดหรือผิดปกติชัดเจน แต่สายตาจะค่อย ๆ แคบลง จนกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป ดังนั้นการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการทำความเข้าใจในการดำเนินของรอยโรคนั้นมีความสำคัญ เพราะจะได้มีการเฝ้าระวังรักษาอาการของโรคได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีคำถามจากผู้ที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับต้อหินที่พบเจอได้บ่อย 3 คำถาม เช่น 1). โรคต้อหินคือมีหินอยู่ในตาจริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จริง ต้อหินไม่ใช่มีหินอยู่ในตา แล้วต้อง แคะหินออก โรคต้อหิน คือการที่ความดันลูกตาสูงจนตาแข็งเหมือนหิน 2). เป็นต้อหินต้องมีอาการปวดตาเท่านั้น คำตอบคือ ไม่ใช่ โรคต้อหินไม่จำเป็นต้องปวดตา และส่วนมากไม่มีอาการอะไรเลย จนกระทั่งมีอาการตามัวลงในระยะ ท้ายของโรค ถ้าไม่รักษาจะทำให้ตาบอดถาวรได้ 3). การใช้มือถือนาน ๆ จะทำให้เป็นต้อหิน คำตอบคือ ไม่จริง การใช้โทรศัพท์มือถือนาน ๆ ไม่ได้ทำให้เป็นต้อหิน แต่ระวังในเรื่องตาแห้ง ตาล้า จากการใช้มือถือเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งหากมีคนที่ห่วงใยหรือคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน เราจักต้องทำอย่างไรไม่ให้ต้องสูญเสียการมองเห็น ต้องดูแลบุคลที่เป็น ต้อหินอย่างไรนั้น แนะนำควรมาปรึกษาจักษุแพทย์ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและการรักษาได้อย่างทันท่วงทีควรตรวจตาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง การตรวจตาอย่างสม่ำเสมออาจพบโรคเรื้อรังทางกายซ่อนอยู่ระหว่างการตรวจอาจพบโรคร้ายซึ่งอาจมีผล ทำให้สูญเสียการมองห็น หากมีอาการทางตา เช่น ปวดตา ปวดศีรษะบ่อยๆ ตามัว ตาแดง เห็นภาพซ้อน น้ำตาไหล ตาแฉะ ควรตรวจตาให้ละเอียดว่าเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือไม่ บ่อยครั้งที่พบว่าผู้ป่วยเป็นต้อหินซ่อนอยู่
