Skip ไปที่เนื้อหา

โรคมะเร็ง คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท วิธีการรักษาอย่างไร?

เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
  • เนิร์ด
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 12 เม.ย. 2022 11:46 am

โรคมะเร็ง คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท วิธีการรักษาอย่างไร?

 โพสต์ เนิร์ด    28

โรคมะเร็งคืออะไร จำแนกได้กี่ประเภท และมีวิธีรักษาอย่างไร
โรคมะเร็ง
โรคมะเร็ง คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยที่เซลล์เหล่านั้นมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้

โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคร้ายที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย เมื่อเซลล์แบ่งตัวอย่างควบคุมไม่ได้จึงเกิดเป็นก้อนมะเร็งหรือเนื้องอก และสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วนของร่างกาย และหลายครั้งอาการเริ่มต้นมักคลุมเครือ ผู้ป่วยหลายรายมักไม่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งระยะแรก และมักจะมีอาการผิดปกติแสดงออกมาในระยะที่สามเป็นต้นไป
โรคมะเร็ง คืออะไร
โรคมะเร็ง คืออะไร
โรคมะเร็ง (Cancer) คือภาวะที่เซลล์ในร่างกายเกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ ควบคุมไม่ได้ จนพัฒนาเป็นก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกที่สามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง อวัยวะภายใน เลือด หรือระบบน้ำเหลือง ความน่ากลัวของโรคนี้คืออาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน ทำให้หลายคนตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
โรคมะเร็งจำแนกออกเป็นกี่ประเภท?

โรคมะเร็งสามารถแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามชนิดของเซลล์และอวัยวะที่เกิดโรค โดยแต่ละประเภทจะมีอาการ ความรุนแรง และแนวทางการรักษาแตกต่างกัน โดยสามารถจำแนกประเภทของโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้ดังนี้

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

โรคนี้เกิดจากการผลิตเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติในไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดที่สร้างขึ้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยง่าย ซีด ติดเชื้อบ่อย มีจ้ำเลือดหรือเลือดออกง่าย Leukemia ไม่มีก้อนเนื้อแบบมะเร็งชนิดอื่น เพราะเป็นมะเร็งในระบบเลือดโดยตรง

โรคมะเร็งเยื่อบุ

มะเร็งประเภทนี้เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวที่ปกคลุมอวัยวะต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง เต้านม ปอด ตับ ลำไส้ จึงเป็นกลุ่มมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุด อาการของโรคขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เกิดโรค เช่น ไอเรื้อรัง หายใจลำบากในมะเร็งปอด หรือพบก้อนแข็งผิดปกติในมะเร็งเต้านม ซึ่งมักพบได้ในลักษณะก้อนเนื้อมะเร็ง หรือรูปก้อนเนื้อมะเร็งที่หลายคนคุ้นเคย

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในระบบน้ำเหลือง จุดเด่นคือมักมีก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ซึ่งเป็นก้อนมะเร็งที่โตเร็วแต่ไม่เจ็บ ในบางรายอาจมีไข้กลางคืน น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย อาการคล้ายไข้หวัดเรื้อรังและอาจมองข้ามไป

โรคมะเร็งซาร์โคมา

เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือไขมัน แม้จะพบไม่บ่อยแต่มีความรุนแรงสูง จุดเด่นคือมักมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ โตเร็ว และอาจกดทับอวัยวะใกล้เคียง ทำให้ปวดหรือเคลื่อนไหวลำบาก มักต้องอาศัยการตรวจภาพ เช่น MRI หรือ CT เพื่อวินิจฉัยอย่างชัดเจน

โรคมะเร็งประเภทอื่น ๆ

นอกจาก 4 กลุ่มหลัก ยังมีโรคมะเร็งอีกหลายชนิด เช่น มะเร็งสมอง, มะเร็งไทรอยด์, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งทางนรีเวช เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ซึ่งแต่ละชนิดมักมีอาการของโรคมะเร็งเฉพาะตัว เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง เดินเซในมะเร็งสมอง หรือเลือดออกผิดปกติในมะเร็งปากมดลูก
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งทำได้อย่างไร?
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งควรทำโดยละเอียดเพื่อระบุชนิด ตำแหน่ง และระยะของโรคอย่างแม่นยำ เพราะหลายครั้งอาการเริ่มต้นของมะเร็งคล้ายโรคทั่วไปจนอาจมองข้ามได้ โดยวิธีวินิจฉัยโรคมะเร็งที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่

  • การตรวจร่างกายและซักประวัติ : แพทย์จะตรวจหาก้อนผิดปกติ อาการที่บ่งชี้ความเสี่ยง เช่น น้ำหนักลด ซีด ไอเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองโต หรือลักษณะก้อนเนื้อมะเร็ง เช่น ก้อนแข็ง โตเร็ว หรือเจ็บเมื่อกด
  • การตรวจเลือด : เป็นการประเมินการทำงานของอวัยวะ ค่าบางตัวอาจบ่งชี้ความเสี่ยง เช่น ค่าตับ ค่ามะเร็งบางชนิด (Tumor markers) แต่ไม่สามารถยืนยันการเป็นมะเร็งได้ ต้องตรวจเพิ่มเติมร่วมกัน
  • การตรวจภาพทางการแพทย์ (Imaging) : เป็นการตรวจเพื่อดูขนาด รูปร่าง และการลุกลามของก้อน เช่น การ X-ray, อัลตราซาวนด์, CT Scan, MRI, PET Scan เป็นต้น โดยภาพเหล่านี้ทำให้เห็นโครงสร้างของก้อนเนื้อมะเร็งชัดเจนขึ้น และช่วยให้วางแผนการรักษาแม่นยำมากที่สุด
  • การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) : เป็นวิธีที่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ รวมถึงบอกชนิดของมะเร็ง เช่น Carcinoma, Lymphoma, Sarcoma
  • การตรวจทางพันธุกรรม (Genetic testing) : ใช้ในบางกรณี เช่น มะเร็งที่มีปัจจัยทางพันธุกรรม หรือเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

โรคมะเร็งสามารถรักษาได้อย่างไร?

ปัจจุบันโรคมะเร็งสามารถรักษาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดตามชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค สภาพร่างกาย และสุขภาพของผู้ป่วย การรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่มะเร็งระยะแรก มีโอกาสสูงมากที่จะหายขาดจากโรคนี้ได้ โดยแนวทางรักษามะเร็งมีดังนี้

  • การผ่าตัด (Surgery) : เหมาะกับผู้ที่มีก้อนมะเร็งอยู่เฉพาะที่ เช่น มะเร็งเต้านมบางชนิด มะเร็งลำไส้ หรือ Sarcoma บางประเภท การผ่าตัดช่วยเอาก้อนเนื้อมะเร็งออก และลดความเสี่ยงการลุกลาม
  • การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) : ใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย เหมาะกับมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งที่มีการแพร่กระจายแล้ว อาจพบผลข้างเคียง เช่น ผมร่วง คลื่นไส้ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีที่ช่วยลดผลกระทบได้มากขึ้น
  • การฉายรังสี (Radiation Therapy) : โดยจะใช้พลังงานรังสีทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะจุด เช่น มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งปากมดลูก หรือก้อนมะเร็งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ทั้งหมด
  • การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) : เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ทำให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัดและการฉายแสง เหมาะกับมะเร็งที่มีการกลายพันธุ์เฉพาะทางพันธุกรรม
  • ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) : เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้เอง เหมาะกับมะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอดชนิดบางชนิด และมะเร็งระยะลุกลามที่รักษาด้วยวิธีทั่วไปไม่ได้ผล
  • การรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) : เพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวด เหนื่อยล้า หรืออาการอื่น ๆ ในผู้ป่วยที่มะเร็งอยู่ในระยะสุดท้าย เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด


โรคมะเร็ง โรคร้ายที่คร่าชีวิตของคนไทยเป็นอันดับ 1

โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย โดยเกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายแบ่งตัวผิดปกติจนก่อเป็นก้อนมะเร็ง และสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ความรุนแรงของโรคส่วนใหญ่เกิดจากการตรวจพบช้า เนื่องจากอาการเริ่มต้นของมะเร็งมักไม่ชัดเจน หากรู้จักวิธีสังเกตสัญญาณอันตรายตั้งแต่ระยะแรก รวมถึงเข้ารับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ โอกาสรักษาหายและการควบคุมโรคก็จะเพิ่มมากขึ้น
 โรคมะเร็ง คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท วิธีการรักษาอย่างไร?
 เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount