กรมควบคุมโรคเตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะวิธีสังเกตและรับมือฉุกเฉิน
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
กรมควบคุมโรคเตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะวิธีสังเกตและรับมือฉุกเฉิน
13 เมษายน 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (Stroke) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันขณะขับรถเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ซึ่งหากเกิดอาการขณะขับรถอาจทำให้สูญเสียการควบคุมรถและก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ แนะประชาชนสังเกตอาการเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ได้แก่ B (Balance) การทรงตัว เดินเซ ล้มง่าย เวียนศีรษะเฉียบพลัน E (Eyes) การมองเห็น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือตาบอดเฉียบพลัน F (Face) หน้าเบี้ยว ปากตก น้ำลายไหล มุมปากตกข้างเดียว ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm) แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ยกแขนไม่ขึ้น S (Speech) พูดไม่ชัด สับสน หรือสื่อสารไม่ได้ ลิ้นแข็ง และ T (Time) เมื่ออาการเกิดขึ้นให้รีบแจ้ง 1669 นำส่งโรงพยาบาล โดยอาจมีอาการร่วม เช่น รถส่าย ควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ หรือแฉลบออกนอกเลน ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบหยุดรถทันที
นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวว่า สำหรับผู้ขับขี่ที่เริ่มมีอาการ ควรตั้งสติ ลดความเร็ว และพยายามนำรถเข้าจอดในบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด เช่น ไหล่ทางหรือจุดพักรถ พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินทันทีเพื่อเตือนผู้ใช้ถนนรายอื่น จากนั้นปลดล็อกประตูรถเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และรีบโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน หากไม่สามารถโทรได้ให้ใช้วิธีบีบแตรยาวหรือโบกมือเรียกคนช่วย ทั้งนี้ “ห้ามฝืนขับรถต่อไปโดยเด็ดขาด” เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ขณะเดียวกัน ผู้พบเห็นเหตุการณ์ควรรักษาระยะห่าง ไม่ขับจี้ท้ายหรือปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันดังกล่าว และเมื่อรถหยุดนิ่งแล้วให้เข้าช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง โดยอาจชวนบุคคลใกล้เคียงเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ เบื้องต้นสามารถตรวจอาการโดยการชวนพูดคุย ให้ผู้ป่วยยิ้ม หรือยกแขนทั้งสองข้างเพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาท พร้อมโทรแจ้ง 1669 โดยระบุพิกัดและลักษณะอาการอย่างชัดเจน เช่น “สงสัยสโตรก มีอาการปากเบี้ยว แขนซ้ายอ่อนแรง พูดไม่ชัด” เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์ได้เหมาะสม ระหว่างรอควรให้ผู้ป่วยนั่งหรือเอนตัวเล็กน้อย และหลีกเลี่ยงการให้อาหารหรือน้ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อการสำลัก
พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผอ.กองป้องกันการบาดเจ็บ ได้กล่าวว่า การป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลันสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมโรคประจำตัวให้ได้ตามเกณฑ์ รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยง นอกจากนี้ ก่อนการขับขี่ทุกครั้งควรประเมินความพร้อมของร่างกายหากมีอาการผิดปกติ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มึนงง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีสัญญาณเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ไม่ควรขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “การรู้เร็ว หยุดรถเร็ว และเข้าถึงการรักษาเร็ว” เพื่อความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน
นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวว่า สำหรับผู้ขับขี่ที่เริ่มมีอาการ ควรตั้งสติ ลดความเร็ว และพยายามนำรถเข้าจอดในบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด เช่น ไหล่ทางหรือจุดพักรถ พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินทันทีเพื่อเตือนผู้ใช้ถนนรายอื่น จากนั้นปลดล็อกประตูรถเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และรีบโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน หากไม่สามารถโทรได้ให้ใช้วิธีบีบแตรยาวหรือโบกมือเรียกคนช่วย ทั้งนี้ “ห้ามฝืนขับรถต่อไปโดยเด็ดขาด” เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ขณะเดียวกัน ผู้พบเห็นเหตุการณ์ควรรักษาระยะห่าง ไม่ขับจี้ท้ายหรือปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันดังกล่าว และเมื่อรถหยุดนิ่งแล้วให้เข้าช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง โดยอาจชวนบุคคลใกล้เคียงเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ เบื้องต้นสามารถตรวจอาการโดยการชวนพูดคุย ให้ผู้ป่วยยิ้ม หรือยกแขนทั้งสองข้างเพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาท พร้อมโทรแจ้ง 1669 โดยระบุพิกัดและลักษณะอาการอย่างชัดเจน เช่น “สงสัยสโตรก มีอาการปากเบี้ยว แขนซ้ายอ่อนแรง พูดไม่ชัด” เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์ได้เหมาะสม ระหว่างรอควรให้ผู้ป่วยนั่งหรือเอนตัวเล็กน้อย และหลีกเลี่ยงการให้อาหารหรือน้ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อการสำลัก
พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผอ.กองป้องกันการบาดเจ็บ ได้กล่าวว่า การป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลันสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมโรคประจำตัวให้ได้ตามเกณฑ์ รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยง นอกจากนี้ ก่อนการขับขี่ทุกครั้งควรประเมินความพร้อมของร่างกายหากมีอาการผิดปกติ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มึนงง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีสัญญาณเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ไม่ควรขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “การรู้เร็ว หยุดรถเร็ว และเข้าถึงการรักษาเร็ว” เพื่อความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน
กรมควบคุมโรคเตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะวิธีสังเกตและรับมือฉุกเฉิน
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- เปิดตัว One-Stop Service “Test and Treat” ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว รักษาเร็ว จบในจุดเดียว เข้าถึงบริการไวรัสตับอักเสบซี (14 views)
- อย. จัดเวทีชี้แจงแนวทางการกล่าวอ้างโปรตีนบนฉลาก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเป็นธรรมทางการค้า (9 views)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คว้ามาตรฐานศูนย์เต้านม ระดับ "Comprehensive Breast Center" แห่งแรกของประเทศไทย (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ (8 views)
- อย. ลดภาระผู้ประกอบการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ออกมาตรการช่วยเหลือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง–น้ำท่วมหาดใหญ่ (4 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ ถึง 1 ก.ค. ก่อนเสนอ ครม. (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ออกแนวทางคำสั่งทางปกครอง เพิ่มโทษร้านกัญชา ฝ่าฝืนประกาศกระทรวง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 (7 views)
- ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย (59 views)
