สบส. ดัน (ร่าง)พระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์วางรากฐานความปลอดภัยให้ระบบสุขภาพไทย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สบส. ดัน (ร่าง)พระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์วางรากฐานความปลอดภัยให้ระบบสุขภาพไทย
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์” ยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานระบบสาธารณสุขของประเทศ ตั้งเป้าจัดตั้งระบบกำกับดูแลงานวิศวกรรมการแพทย์อย่างเป็นเอกภาพ ครอบคลุมการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ อาคารสถานพยาบาล ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ และเทคโนโลยีสนับสนุนทางการแพทย์ต่าง ๆ ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์ตรวจสุขภาพ คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งล้วนต้องอาศัยการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา หากขาดระบบกำกับมาตรฐานหรือบุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้รับบริการโดยตรง แสดงให้เห็นว่าการที่ประเทศไทยยังขาดกฎหมายเฉพาะทาง ทำให้การกำกับดูแลงานด้านวิศวกรรมการแพทย์ยังขาดเอกภาพ และมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน จึงอาจเป็นเหตุให้ผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และชีวิตของผู้รับบริการ กรม สบส. เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์ขึ้น โดยมุ่งเน้นสาระสำคัญใน 4 ประการ เพื่อวางรากฐานความปลอดภัยให้ระบบสุขภาพของประเทศไทย ได้แก่
1. จัดตั้งสถาบัน “ผู้ดำเนินดูแลกลาง”ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางการดำเนินงานด้านวิศวกรรมการแพทย์ รวมถึงออกใบอนุญาตและรับรองมาตรฐานบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามหลักวิชาชีพอย่างถูกต้องและปลอดภัย
2. สร้างระบบ “วิชาชีพที่มีมาตรฐาน”กำหนดคุณสมบัติ จรรยาบรรณ และขอบเขตการปฏิบัติงานของวิศวกรการแพทย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถเพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
3. บังคับใช้ “มาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม”จัดทำมาตรฐานกลางสำหรับระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ อาคารสถานพยาบาล และระบบสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเท่าเทียม
และ 4. คุ้มครอง “วิศวกรรมการแพทย์เพื่อทุกชีวิตปลอดภัย”เพื่อให้ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนผู้รับบริการได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากระบบงานวิศวกรรมทางการแพทย์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health IT) อย่างมีมาตรฐาน
เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ จะช่วยยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานระบบสาธารณสุขของประเทศ ให้มีความครอบคลุมการบริหารจัดการในทุกมิติ ทั้งเครื่องมือแพทย์ อาคารสถานพยาบาล ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ และเทคโนโลยีสนับสนุนทางการแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งจะสร้างเชื่อมั่น และไว้วางใจจากทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการทั้งในและนอกประเทศ สมกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์ตรวจสุขภาพ คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งล้วนต้องอาศัยการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา หากขาดระบบกำกับมาตรฐานหรือบุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้รับบริการโดยตรง แสดงให้เห็นว่าการที่ประเทศไทยยังขาดกฎหมายเฉพาะทาง ทำให้การกำกับดูแลงานด้านวิศวกรรมการแพทย์ยังขาดเอกภาพ และมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน จึงอาจเป็นเหตุให้ผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และชีวิตของผู้รับบริการ กรม สบส. เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์ขึ้น โดยมุ่งเน้นสาระสำคัญใน 4 ประการ เพื่อวางรากฐานความปลอดภัยให้ระบบสุขภาพของประเทศไทย ได้แก่
1. จัดตั้งสถาบัน “ผู้ดำเนินดูแลกลาง”ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางการดำเนินงานด้านวิศวกรรมการแพทย์ รวมถึงออกใบอนุญาตและรับรองมาตรฐานบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามหลักวิชาชีพอย่างถูกต้องและปลอดภัย
2. สร้างระบบ “วิชาชีพที่มีมาตรฐาน”กำหนดคุณสมบัติ จรรยาบรรณ และขอบเขตการปฏิบัติงานของวิศวกรการแพทย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถเพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
3. บังคับใช้ “มาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม”จัดทำมาตรฐานกลางสำหรับระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ อาคารสถานพยาบาล และระบบสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเท่าเทียม
และ 4. คุ้มครอง “วิศวกรรมการแพทย์เพื่อทุกชีวิตปลอดภัย”เพื่อให้ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนผู้รับบริการได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากระบบงานวิศวกรรมทางการแพทย์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health IT) อย่างมีมาตรฐาน
เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ จะช่วยยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานระบบสาธารณสุขของประเทศ ให้มีความครอบคลุมการบริหารจัดการในทุกมิติ ทั้งเครื่องมือแพทย์ อาคารสถานพยาบาล ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ และเทคโนโลยีสนับสนุนทางการแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งจะสร้างเชื่อมั่น และไว้วางใจจากทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการทั้งในและนอกประเทศ สมกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
สบส. ดัน (ร่าง)พระราชบัญญัติระบบงานวิศวกรรมการแพทย์วางรากฐานความปลอดภัยให้ระบบสุขภาพไทย
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- เปิดตัว One-Stop Service “Test and Treat” ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว รักษาเร็ว จบในจุดเดียว เข้าถึงบริการไวรัสตับอักเสบซี (15 views)
- อย. จัดเวทีชี้แจงแนวทางการกล่าวอ้างโปรตีนบนฉลาก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเป็นธรรมทางการค้า (9 views)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คว้ามาตรฐานศูนย์เต้านม ระดับ "Comprehensive Breast Center" แห่งแรกของประเทศไทย (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ (8 views)
- อย. ลดภาระผู้ประกอบการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ออกมาตรการช่วยเหลือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง–น้ำท่วมหาดใหญ่ (4 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ ถึง 1 ก.ค. ก่อนเสนอ ครม. (6 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ออกแนวทางคำสั่งทางปกครอง เพิ่มโทษร้านกัญชา ฝ่าฝืนประกาศกระทรวง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 (7 views)
- ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย (59 views)
